จบ? ไม่ยุบพรรค ปชป.

วันนี้(29 พ.ย.2553)ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 4 ต่อ 2 เห็นควรยกคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีใช้เงินกองทุน 29 ล้านผิดวัตถุประสงค์ ชี้เหตุกระบวนการยื่นคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมืองไม่ชอบด้วยกฎหมาย   เพราะยื่นคำร้องเข้ามาพ้นเวลา 15 วันตามที่กฎหมายกำหนด

เป็นเหตุให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา

นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินออกมาอย่างนี้ก็ไม่รู้จะเสียเวลาสืบพยานทั้งสอง ฝ่ายทำไมตั้งนาน การยกคำร้องทำให้ขาดโอกาสที่จะได้รับฟังว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความผิดตามคำ ฟ้องหรือไม่  “เมื่อผลออกมาอย่างนี้ กกต. ต้องไปปรึกษาหารือกันเพื่อปรับการทำงาน”

โดยสามัญสำนึกแบบ ชาวบ้าน ก็ต้องคิดว่าเมื่อศาลท่านตัดสินอย่างนี้ ก็แปลว่า กกต.ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องอย่างร้ายแรง แล้ว กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร

นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน และคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ของพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการแถลงปิดคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ของ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า ลักษณะการแถลงของ นายชวน เหมือนเป็นการใส่ร้าย ฝ่าย กกต. อัยการ และ ดีเอสไอ ที่เป็นฝ่ายผู้ร้อง ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตัดสินว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีความผิด ฝ่ายผู้ร้อง จำเป็นต้องรับผิดชอบ ซึ่งตนมองว่า ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย(พท.) ระบุว่า ไม่ผิดไปจากคาดที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะหลายคนคาดการณ์ผลล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นวันนี้คงต้องกลับไปคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าจะทำอย่างไร คงต้องถามว่าสังคมจะเอาอย่างไรกับผลตัดสินนี้ คนผิดไม่ได้รับการลงโทษ ใช้เงินประชาชนในตลาดหลักทรัพย์มาใช้โดยมิชอบ กระทำอย่างนี้ผิดจริยธรรม ผลตัดสินทำให้ต่างประเทศไม่มั่นใจและไม่ไว้วางใจประเทศไทยต่อไป “เราคาดการณ์อยู่แล้ว แต่ที่เกินความคาดหมาย คือ ในข้อกล่าวหาทั้ง 5 ข้อไม่ออก กลับไปออกอีกข้อ” นายวรวัจน์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดแถลงข่าวเมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน    ที่ทำการปชป. ว่า ขอขอบคุณคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรค โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาปชป. และนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ซึ่งทำงานหนักมากตลอดเวลาที่ต่อสู้คดี

“นอกจากนี้ ขอขอบคุณสมาชิกพรรค ผู้สนับสนุน และประชาชนที่ให้กำลังใจ มาโดยตลอด ถือว่าวันนี้คดีนี้จบไป และเป็นหน้าที่ของพรรคในฐานะแกนนำรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองต่อไป อย่างไรก็ตาม ไม่ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของคดี เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนสามารถตรวจสอบและศึกษาได้จากคำวินิจฉัยที่เผย แพร่ออกมา ขอย้ำว่า ปชป. เคารพคำวินิจฉัย และกระบวนการทั้งหมด และถือว่า ได้ทำหน้าที่ต่อสู้คดีตามกฎหมาย” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า การที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการยื่นคำร้องไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะยื่นหลังจากที่ความปรากฎต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเกิน 15 วันนั้น    ในอดีตเคยมีกรณีที่เหมือนกันคือ กกต.ในฐานะผู้ร้องให้ยุบพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง      ได้ระบุว่าวันที่ปรากฎต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองคือวันที่ผู้ร้องได้พิจารณาและเห็นชอบให้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ     แต่คดีพรรคประชาธิปัตย์ศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากกลับเห็นว่าวันที่ปรากฎต่อนายทะเบียน     คือวันที 17 ธ.ค. 52 ซึ่งในวันนั้น กกต.ยังไม่ได้เห็นชอบให้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ        ที่ถูกต้องน่าจะเป็นวันที่ 21 เม.ย. 53 ที่ กกต.เห็นชอบให้ฟ้อง     การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยที่เคยยุบพรรคการเมืองอื่น     จึงมองว่าเป็น 2 มาตรฐาน

นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่าศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าเป็นความบกพร่องของประธานกกต.และกกต.ทั้งคณะนั้น    ตนคิดว่าจะไปโทษกกต.ไม่น่าจะถูก         แต่น่าจะเป็นปัญหาที่การวินิจฉัยมากกว่าเรื่องนี้ผลที่จะตามมามีอย่างมากมายแน่นอน      ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงได้ไม่ดีก็จะเกิดเป็นวิกฤตต่อความน่าเชื่อของศาลรัฐ ธรรมนูญเพิ่มมากขึ้น

ผลที่ออกมาอาจจะบอกเจตนาที่จะรักษาพรรคประชาธิปัตย์ไว้ในระบบ     แต่มันก็อาจจะทำให้กระทบกระเทือนต่อระบบมากกว่าที่จะตัดสินให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์เสียอีก   และยังเป็นการทิ้งปมปัญหาไว้กับกกต.ด้วย ทำให้เกิดความสงสัยในความน่าเชื่อถือของกกต. ตนคิดว่าจากนี้ไปผู้คนไม่น้อย      อาจจะไม่หวังพึ่งระบบของประเทศอีกต่อไป      อาจเกิดเป็นวิกฤตการณ์ทางการเมืองอย่างรุนแรง     เกิดความขัดแย้งวุ่นวายมากขึ้น

นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ เพราะศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องคดีการใช้เงินทุน 29 ล้านบาทนั้น เป็นผลดีต่อการเติบโตของคนเสื้อแดง เพราะทำให้คนเสื้อแดงที่รู้สึกท้อแท้กลับ มาฮึดสู้ขึ้นมาโดยที่เสื้อแดงไม่ต้องทำอะไรมาก เนื่องจากคำตัดสินชี้ว่า มีสองมาตรฐานเกิดขึ้นชัดเจน

นายจุมพล ณ สงขลา อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า การที่องค์คณะพิจารณาคดีเหลือเพียง 6 คน ไม่น่าจะตัดสินคดีได้ เพราะเวลาที่จะตัดสินคดีต้องมีเสียงมากพอที่จะชี้ขาดได้                “ การที่องค์คณะเหลือ 6 คน สามารถพิจารณาคดีได้แต่ตัดสินคดีไม่ได้ เพราะตามกฎหมายกำหนดให้องค์คณะมีจำนวน 15 หรือ 9 คน เพื่อให้สามารถใช้เสียงข้างมากในการตัดสินคดีได้ การเหลือ 6 คนไม่สามารถหาเสียงข้างมากได้ เพราะคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าจะหาเสียงข้างมากได้เมื่อยังไม่ฟังคำแถลงปิดคดี ยังไม่ได้พิจารณาคดี การเหลือองค์คณะเพียง 6 คนไม่สามารถมีเสียงชี้ขาดได้ หากพิจารณากันในแง่กฎหมายจริงๆ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ต้องถือ เป็นโมฆะ ใช้ไม่ได้”

เรื่องนี้นายอภิชาตในฐานะนายทะเบียนต้องให้ความชัดเจนต่อเรื่องที่ศาลได้มีคำวินิจฉัยออกมา    นายทะเบียนจะนิ่งเฉยไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องสมควรไหมที่นายทะเบียนยังคงนิ่งเฉยอยู่อย่างนี้    จึงเห็นว่าในเมื่อผลของศาลออกมาเช่นนี้นายอภิชาตควรแสดงความรับผิดชอบด้วย การลาออกจากตำแหน่งประธาน กกต. เพื่อให้ กกต.มีการลงมติเลือกประธาน กกต.กันใหม่ เพราะที่ผ่านมา กกต.สามารถประเมินผลการทำงานของนายทะเบียนได้แล้ว ซึ่งนายอภิชาต ไม่มีความกล้าในการวินิจฉัยคำร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์หากเป็นพรรคอื่นจะ ไม่ว่าเลย เพราะแม้แต่การเรียกประชุมกกต.เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2552 นายทะเบียนยังไม่กล้าชี้ขาดในคดีดังกล่าวให้ชัดเจน จึงไม่สมควรอยู่ในตำแหน่งต่อไป

คณะตุลาการ 4 เสียงที่ยกคำร้องส่งผลให้ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ประกอบด้วย  1. นายจรัญ ภักดีธนากุล   2. นายนุรักษ์ มาประณีต   3. นายสุพจน์ ไข่มุกต์   4. นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี

คณะตุลาการ 2 เสียงที่ไม่ยกคำร้องและมีความเห็นให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย  1. นายชัช ขลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ 2. นายบุญส่ง กุลบุปผา

นับดูดีๆ กกต.5 คนมีอดีตผู้พิพากษา 4 คน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 6 คนมีอดีตผู้พิพากษา 5 คน หนึ่งในเสียงข้างมากคือท่านสุพจน์ ไข่มุกด์ มาจากทูต ฉะนั้นคดีนี้ถ้านับเฉพาะเสียงอดีตผู้พิพากษาก็คือชนะกัน 3 ต่อ 6 (3 เป็นฝ่ายชนะ)

เป็นที่น่าสังเกตุว่า พรรคเก่าๆ ที่ถูกยุบไปน่ะ ล้วนแล้วแต่เกิน 15 วันทั้งสิ้น แต่ก็ยังยุบ

เอากันตั้งแต่พรรคไทยรักไทย กกต. ลงมติยุบ 19 มิ.ย.49 อัยการยื่นฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ 6 ก.ค.49 นี่ก็ 17 วัน

พรรคชาติไทยและมัชฌิมาประชาธิปไตย กกต. ลงมติ 16 เม.ย.51  อัยการส่งฟ้องศาลฯ 23 ก.ย.51 นี่ก็ตั้ง 160 วัน

พรรคพลังประชาชน กกต. ลงมติยุบพรรค 2  ก.ย.51 อัยการส่งศาลฯ 10 ต.ค.51 นี่ก็อีก ตั้ง 38 วัน แต่ก็ไม่โชคดีเหมือน ปชป.

มีความเห็นเพิ่มเติมว่า   การใช้เงินกองทุน 29 ล้านผิดวัตถุประสงค์นั้น   พรรคประชาธิปัตย์ต้องคืนให้แก่ กกต ในฐานะเป็นลาภมิควรได้หรือไม่     ส่วนที่นายชวน หลีกภัย แถลงปิดคดีพาดพิงถึงใครถ้าเป็นความเท็จก็ชอบที่ผู้เสียหายจะฟ้องร้องเอาผิดได้ในข้อหาหมิ่นประมาทและเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ต่อไป.


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: