ไทย!โดนศาลโลกและสิทธิมนุษยชนสากลเพ่งเล็ง

วันที่ 21 ม.ค. นี้จะมีผู้แทนศาลอาญาระหว่างประเทศเดินทางมาประเทศไทย เพื่อร่วมเสวนากระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย       และร่วมสังเกตการณ์การค้นหาความจริงเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชน    จากการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง     นักวิชาการชี้นักวิชาการทั่วโลกทั้งในยุโรปและสหรัฐ      กำลังนำสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไปเป็นกรณีศึกษา    เพราะเห็นว่าเป็นประเทศต้นแบบของกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน       ระบุถึงเวลาที่ประชาชนต้องตัดสินใจว่าอยากอยู่ใต้ระบอบการปกครองประชาธิปไตย หรือว่าจะให้ประเทศเป็นรัฐทหาร

ด้านฮิวแมนไรท์วอทช์  เตรียมเสนอรายงานตรวจสอบ  เหตุรุนแรงในไทยภายในเดือน ก.พ. นี้     เผยครอบคลุมทุกเหตุการณ์และชี้ชัดว่าใคร ฝ่ายไหนต้องรับผิดชอบอย่างไร ย้ำต้องนำทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างสมเหตุสมผลจึงจะเกิดความ สมานฉันท์ปรองดองได้

ดร.จารุพรรณ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาคนที่อยู่ต่างประเทศรู้เรื่องราวภายในประเทศไทยมากกว่าคนไทย เขารู้ว่ามีการระดมทหารมากกว่า 80,000 นายมากระชับพื้นที่ ซึ่งมากกว่าการสู้รบเพื่อปกป้องอธิปไตย มีทหารพร้อมอาวุธครบมือขึ้นไปอยู่ตามอาคารสูงโดยรอบบริเวณที่ชุมนุม ทั้งอาคารเกสรพลาซ่า เซ็นทรัลเวิลด์ และอาคารต่างๆเป็นจำนวนมาก มีการใช้อาวุธจริงยิงลงมาที่ผู้ชุมนุมจนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งทหารยอมรับเองว่ายิงลงมาจริง การสอบสวนของดีเอสไอก็พบข้อมูลเรื่องนี้ และรู้ว่ากำลังชุดไหน นำโดยใคร อยู่จุดไหน

“เป็นเรื่องน่าเจ็บปวดที่ทหารต้องยิงประชาชนมือเปล่า เพราะมีคนสั่งการตอนนั้นกำลังทหารล้อมไว้หมด ไม่มีใครเข้าไปได้   แม้แต่ในเซ็นทรัลเวิลด์ก็มีทหารเป็นจำนวนมาก ขนาดยามยังโดนไล่ออกมา แต่เกิดไฟไหม้ได้ จึงมีคำถามว่าใครกันแน่เป็นคนเผาเซ็นทรัลเวิลด์ เพราะการใช้น้ำมันมากขนาดนั้นใครจะขนเข้าไปได้นอกจากคนที่อยู่ข้างใน ซ้ำร้ายไปกว่านั้นไม่มีใครออกมายอมรับว่าเป็นคนสั่งการ และยังไม่มีความพยายามหาตัวผู้กระทำความผิดที่แท้จริงอีกด้วย”

ดร.จารุพรรณกล่าวต่อว่า วันนี้กาชาดสากลยอมรับไม่ได้ที่มีภาพ ของทหารจำนวนหนึ่งเอาปืนจี้ให้เจ้า หน้าที่กาชาดที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บลงจากรถ และยังมีการตะโกนจากเจ้าหน้าที่ทหารว่า “ถ้าเข้าไปจะยิงให้ตายเพราะถือเป็นผู้ก่อการร้าย” เรื่องนี้กาชาดสากลรับไม่ได้จริงๆ ในขณะเดียวกันคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทยไม่เคยออกมายอมรับว่ามี การละเมิดสิทธิในประเทศไทย ทั้งที่รัฐบาลพยายามจะปิดกั้นข่าวสารที่ออกไปต่างประเทศ มีการปิดเว็บไซต์ที่จะเผยแพร่การกระทำของเจ้าหน้าที่กับการกระทำของรัฐบาลไป สู่สายตาชาวโลกกว่า 20,000 เว็บไซต์ ซึ่งเรื่องนี้ทั่วโลกเฝ้าจับตาดูอยู่

ด้านนายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหรือฮิวแมนไรท์วอทช์ประจำประเทศ ไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำรายงานประจำปี 2554 ของฮิวแมนไรท์วอทช์        โดยเฉพาะการตรวจสอบปัญหาการสลายการชุมนุมเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553      ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากว่า     ขณะนี้การจัดทำรายงานดังกล่าวมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 80               โดยสำนักงานใหญ่ที่สหรัฐอยู่ระหว่างการเขียนรายงาน       คาดว่าน่าจะเสร็จในเดือน ก.พ. ใกล้เคียงกับรายงานชั่วคราวของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อ การปรองดองแห่งชาติ (คอป.)        ที่มี ดร.คณิต ณ นคร เป็นประธาน ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นการตรวจสอบปัญหาความรุนแรงทางการเมืองไม่ว่า จะเป็นฝ่ายไหนเป็นผู้กระทำ

“เนื้อหาของรายงานเท่าที่เสร็จมีความตรงไปตรงมา โดยจะไล่ไปตามเงื่อนเวลาของแต่ละเหตุการณ์ ตั้งแต่การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)แดงทั้งแผ่นดิน การกระทำของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตำรวจ รวมถึงการกระทำของคนชุดดำ ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มถูกพูดถึงทั้งสิ้น” นายสุนัยกล่าวและว่า ในรายงานยังมีการพูดถึงการพยายามหาทางอย่างสันติวิธีแต่ล้มเหลว โดยได้วิเคราะห์ว่าความล้มเหลวเกิดจากอะไรกันแน่ รวมทั้งบทบาทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง มีบทบาทมากน้อยแค่ไหนในเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น รวมถึงการเสียชีวิตของ เสธ.แดงด้วย

นายสุนัยกล่าวว่า รายงานของฮิวแมนไรท์วอทช์จะชี้ให้เห็นว่า       ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพียงฝ่ายเดียว  ที่สำคัญหวังว่าการเสนอรายงานลักษณะอย่างนี้จะทำให้คู่ขัดแย้งทุกฝ่ายที่ยัง ไม่ตระหนักในสิ่งที่ตัวเองต้องรับผิดชอบได้สำนึกในสิ่งตัวเองกระทำลงไป ไม่ใช่เอาแต่ชี้หน้าคนอื่นว่าต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

นายสุนัยย้ำว่า ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายที่จะต้องร่วมรับผิด ชอบต่อเหตุการณ์นองเลือดคือ ต้องมีการดำเนินคดีทั้ง 3 กลุ่มนี้ และต้องหาตัวให้เจอว่ามีใครบ้างที่ต้องถูกดำเนินคดี ไล่ตั้งแต่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ ผู้กำหนดนโยบาย ฝ่ายคนเสื้อแดงกลุ่มไหน หรือฝ่ายคนชุดดำจริงๆเป็นใครกันแน่ต้องเปิดโปงออกมา และมีส่วนเชื่อมโยงกับคนเสื้อแดงอย่างไร ทุกกลุ่มต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้มีการดำเนินคดีอย่าง เหมาะสมและตรงไปตรงมาเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โลกวันนี้ ฉบับวันจันทร์ที่ 17 ม.ค.54

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: